ในพิธีการแต่งงานแบบไทยนั้นมีหลายขั้นตอน ในแต่ละขั้นตอนก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปกติแล้วเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเองก็จะทำตามขั้นตอนในสคริปหรือตามที่ผู้ใหญ่ได้บอกกล่าวมา แต่ทุกคนเคยสงสัยกันมั้ยคะว่าทำไมเราจะต้องทำตามขั้นตอนพิธีการดังกล่าว วันนี้ Onewiwa จะมาตอบข้อสงสัยต่างๆเหล่านี้เองค่ะ

1.แห่ขันหมาก

ทำไมเจ้าบ่าวจะต้องยกขบวนขันหมากมาด้วย

ในการแห่ขันหมากนั้นฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องเตรียมขันหมากให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย ขันหมากเอก ขันหมากโท ขันหมากหมั้น  จากนั้นเราจะรอฤกษ์ที่เหมาะสม แล้วจึงเริ่มแห่ขบวนไปยังบ้านเจ้าสาวโดยมีการนำโห่ 3 ครั้ง และมีการโห่รับ 3 ครั้ง เพื่อสร้างความสนุกสนาน

หลายๆคนสงสัยว่าทำไมในงานแต่งจึงจะต้องมีขบวนขันหมากด้วย นั้นก็เพราะว่าพิธีการแห่ขันหมากนั้นเป็นพิธีที่ได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ การแห่ขันหมากแสดงให้ถึงความเคารพต่อพ่อแม่บ่าวสาว และเพื่อสื่อให้เห็นว่าเจ้าบ่าวยอมรับและพร้อมที่จะอยู่ร่วมกับเจ้าสาวของเขาไปตลอด จึงมาสู่ขอตามประเพณีอย่างครบถ้วนและสมเกียรติ และฝ่ายหญิงเองก็ยินยอมและยอมรับในตัวเจ้าบ่าวเช่นเดียวกันค่ะ

 

2.ประตูเงินประตูทอง

ทำไมถึงจะต้องกั้นประตูเงินประตูทองล่ะ

ในสมัยอดีต การกั้นประตูเงินประตูทองจะมีแค่ 3 ประตูเท่านั้น ประกอบด้วย ประตูชัย ประตูเงินและ ประตูทอง โดยเจ้าบ่าวจะต้องผ่านประตูทั้งสามนี้ไปให้ได้ ส่วนเจ้าสาวเองก็จะต้องรออยู่ในห้อง จะออกมาได้ก็ต่อเมื่อเจ้าบ่าวสู่ขอเจ้าสาวจากผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว

การกั้นประตูเงินประตูทองนั้น เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสร้างสนุกสนานเท่านั้น บางงานจะมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ ซึ่งบางทีอาจจะเปรียบได้ว่า การกั้นประตูเงินประตูทอง สื่อให้เห็นว่าเจ้าสาวมีค่า จะต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันมีการเพิ่มประตูมากขึ้นเช่น ด่านตะโกนบอกรักเจ้าสาว ด่านเต้นแปลกๆ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานของเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว

 

3.สินสอด

ทำไมเจ้าบ่าวจึงจะต้องให้สินสอดแก่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวด้วย

สินสอดเป็นธรรมเนียมที่ทำกันมาอย่างช้านานของคนในสมัยอดีต การที่เจ้าบ่าวให้สินสอดแก่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวนั่นก็เพราะ ในอดีตนั้นชายหญิงไม่ค่อยได้เจอกันและทำความรู้จักกันนานเหมือนสมัยนี้ พอรู้สึกรักแล้วก็จะมาสู่ขอเลย แล้วส่วนใหญ่เกิดจากการคลุมถุงชน ดังนั้นเพื่อเป็นหลักประกัน ผู้ใหญ่จึงมีการเรียกสินสอดทองหมั้น เพื่อไม่ให้ฝ่ายชายทิ้งการแต่งงาน อีกทั้งในอดีตผู้หญิงไม่มีงานทำจึงต้องพึ่งผู้ชายเยอะ เงินสินสอดจึงเปรียบเสมือนเครื่องการันตีความมั่นคงให้กับชีวิตของเจ้าสาว หากมีเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ฝ่ายหญิงจะได้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

 

4.สวมแหวน

ทำไมจึงจะต้องสวมแหวนหมั้นให้กันด้วย

ในพิธีสวมแหวน เมื่อถึงฤกษ์งานยามดีแล้วนั้น เจ้าบ่าวจะสวมแหวนให้เจ้าสาว เมื่อเจ้าบ่าวสวมแหวนให้เรียบร้อบแล้ว เจ้าจะไหว้ ฝ่ายเจ้าสาวจะไหว้แล้วสวมแหวนให้ แล้วกราบเจ้าบ่าว การสวมแหวนให้กันนั้นหมายถึงว่าฉันจะรักและจะแต่งงานกับคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้นจะไม่แต่งงานใหม่

 

5.หลั่งน้ำพระพุทธมนต์

ทำไมต้องรดน้ำสังฑ์และทำไมต้องใช้หอยสังข์ด้วย

พิธีการหลั่งน้ำพระพุทธมนต์หรือการรดน้ำสังฑ์นั้น จะให้ผู้ที่มีอายุมากกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นผู้รดน้ำสัง์ เพื่ออวยพรใหเกิดสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว โดยเริ่มตั้งแต่ผู้ที่สวมมงคลให้บ่าวสาว ส่วนสาเหตุที่จะต้องใช้หอยสังข์ นั่นก็เพราะว่า หอยสังข์เป็นหนึ่งในอาวุธของพระนารายณ์ เป็นสัญลักษณ์ของความเย็นสงบ และเป็นมงคลในอดีต การใช้สังข์ก็เหมือนเป็นการอวยพรให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันอย่างสงบร่มเย็น ไม่ทะเลาะกันนั่นเอง

 

6.พิธีรับไหว้

ทำไมของไหว้ต้องเป็นผ้า แล้วสามารถให้อย่างอื่นได้หรือไม่

ในความจริงเราสามารถให้ของอย่างอื่นนอกจากผ้าได้ เช่น นาฬิกา เครื่องเบญรงค์ หรือของมีค่าอื่นๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจะใช้ผ้าเป็นของรับไหว้ นั่นก็เพราะว่าในอดีตผ้าหายากมาก ทำให้การหาซื้อผ้าหรือตัดผ้าใหม่นั้นมีน้อย การตัดผ้านั้นจึงจะทำในพิธีการที่สำคัญๆเช่น งานแต่งงาน ส่วนชนิดผ้าที่นิยมก็ได้แก่ ผ้าขนหนูหรือผ้าแพรค่ะ

 

7.เข้าเเรือนหอ

ทำไมการเข้าเรือนหอถึงจะต้องทำเมื่อเสร็จพิธีแล้ว 

ในความจริงพิธีเข้าเรือนหอนั้นทำขึ้นเพื่อให้ผู้ใหญ่ของคู่บ่าวสาวให้โอวาทและอบรมสั่งสอนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะออกไปใช้ชีวิตคู่อย่างสมบรูณ์นั่นเองค่ะ

 

 

อย่างไรก็ตาม พิธีเหล่านี้เป็นเพียงความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาเท่านั้น การที่เราจะมีครอบครัวที่ดี มีความสุขได้นั้นเราจะต้องสร้างขึ้นมาเอง ด้วยความรัก ความเชื่อใจกัน เห็นอกเห็นใจ เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตลอด จะทำให้ชีวิตคู่หลังแต่งงานของคุณมีความสุขอย่างแน่นอนค่ะ

     

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : Pinterest, moneyhub.in.th, mixmaya.com, theluckyname.com

เรียบเรียงโดย        : Onewiwa

ใส่ความเห็น