ในการจัดงานแต่งให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดไม่ได้ใช้คนเพียง 2-3 คนเท่านั้น เพราะงานแต่งแต่ละครั้งที่จัดขึ้นขึ้นมาเต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยมากมายเหลือเกิน และแน่นอนว่าเราเองคงจะทำเองทั้งหมดทุกอย่างไม่ได้ ฉะนั้นเราจำเป็นต้องพึ่งร้านค้า(Vendors)ที่จะมาช่วยเราอำนวยความสะดวกในหลายๆ เรื่องทั้งอาหารจัดเลี้ยง Backdrop วงดนตรี หรือแม้กระทั่งพิธีกรดำเนินรายการ

ในการเลือก Vendor ให้ถูกใจได้นั้นก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง Onewiwa จึงยกคำแนะนำจาก Harmony Walton Owner แห่ง The Bridal Bar L.A.

1.ฟังคำแนะนำให้ถูกคน

http://www.huffingtonpost.com

ในตอนแรกคุณมักจะหาคำแนะนำจากเพื่อน ญาติ หรือคนใกล้ตัวของคุณก่อน แต่คุณต้องยอมรับว่าจริงๆ แล้วเพื่อนของคุณก็ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องต่างๆ มากนัก(ยกเว้นเขาทำงานในสายนั้น) คุณสามารถเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้ แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ดี เราแนะนำให้คุณถามกับผู้รู้จริงๆ

2.ลิสต์ความต้องการหลักลงสมุดโน้ต

https://pixabay.com

จูงมือคุณและแฟนของคุณพร้อมกับสมุดโน้ตจดความต้องการ รวบรวมไอเดียที่คุณต้องการไว้ ทั้งธีมสี สไตล์การตกแต่ง ดนตรี อาหารที่ใช้จัดเลี้ยง วิธีนี้จะช่วยเช็คความต้องการของคุณได้ และทำให้คุณเลือก Vendor ได้ง่ายขึ้นว่าควรใช้บริการจากเจ้าไหน

3.ทำ Guest Lists เท่าที่จำเป็น

 

ให้คุณเชิญแขกเท่าที่จำเป็น จะช่วยคัดดกรองความสำคัญของแขกได้

4.สอบถามคนที่เคยใช้บริการ

เพื่อเป็นการเช็คว่าพวกเขาทำงานได้ไหม ให้คุณสอบถามคนที่ใช้บริการเจ้านั้นๆ ก่อน หรือถ้าเป็นสมัยนี้ลองหาอ่าน Review ตามอินเทอร์เน็ตก็ได้นะ

5.สังเกต First Impression

เป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญ เช็คการบริการของพวกเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราไปติดต่อ ทั้งความกระตือรือร้นในการให้ข้อมูล ท่าทางและสีหน้า เพราะสิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะไม่มีผลต่อผลงานนัก แต่มีผลต่อความสบายใจในการทำงานไม่น้อยเลย

6.ดูผลงานหลายๆ สไตล์

ให้คุณดูผลงานขแงพวกเขาที่ผ่านมา ดูว่าแต่ละเจ้ามีข้อดีข้อเสียในมุมไหน แล้วให้เราเลือกใช้ข้อดีจากพวกเขาจะทำให้งานของคุณดูวิเศษสุดๆ

7.เลือก Vendor ที่มีความรู้ในการบริหารพื้นที่

ในบางครั้ง ผู้จัดมีความสัมพันที่ดีกะทางสถานที่ก็เป็นสิ่งที่ดีมากๆ พวกเค้าจะรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ถ้าหากสถานที่ต้องการกำลังไฟเพิ่ม หรือ ต้องใช้ความพิเศษในการนำสิ่งของเข้ามาในสถานที่ และรู้ว่าจะต้องทำงานยังไง มากไปกว่านั้น ถ้าหากคุณมีช้อสงสัยเกี่ยวกับผู้จัดของคุณ สามารถถามผู้จัดการเกี่ยวกับประสบการณ์ที่พวกเขาเคยทำงานร่วมกัน ถามเขาประมาณว่าพวกเค้าปฏิบัติตัวต่อผู้คนอย่างไรหลังงาน และพวกเขารับมือกะสถานการณ์ความเครียดได้มั้ย แล้วกับพวกช่างภาพ ก็จะบอกได้ตั้งแต่แรกว่าสถานที่นี้มีความพิเศษ คนที่จะมองเห็นสถานที่ด้วยมุมมองใหม่ๆอาจทำให้มีอะไรมากกว่าช่างภาพที่ถ่ายงานด้วยแบคดรอปเดิมๆ มาแล้วเป็นสิบๆ คู่

8.ราคาที่เหมาะสม

เช็คราคาจากหลายๆ ที่และดูว่าร้านไหนที่มีราคาที่ยุติธรรมที่สุด

9.เลือกทีมงานที่ทำงานตรงตามความต้องการของคุณ

นี่คืองานแต่งของคุณ นอกจากความสวยงามแล้วสิ่งที่ต้องแสดงออกมาให้ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเป็นเอกลักษณ์ชองคุณ Vendor ที่ดีจะสามารถผสมผสานความสวยงามแบบมืออาชีพและความเป็นตัวคุณออกมาได้เด่นชัดไม่แพ้กัน

10.อย่ากลัวที่จะถอยออกมา

ถ้าคุณเกิดไม่ถูกใจกับ Vendor ที่จ้างมาแล้วคุณไม่จำเป็นต้องทนกับงานที่คุณไม่ถูกใจ อ่านข้อตกลงให้ดีและคุยกับทางร้านเพื่อยกเลิกงาน และให้หาเจ้าใหม่ที่ถูกใจคุณมากกว่าได้เลย

เรียบเรียงโดย: Onewiwa

Credit: http://www.marthastewartweddings.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here