การจัดงานแต่งนอกสถานที่สามารถทำให้คุณพบกับประสบการณ์การสัมผัสกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และในบางครั้งคุณก็นำเสนอความท้าทายที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นั้นๆ ไว้ด้วย ซึ่งก็ควรคำนึงถึงข้อหลีกเลี่ยงบางอย่างที่ไม่ควรละเลยตั้งแต่ยังวางแผนเนิ่นๆ

1.ไม่ได้จดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ทุกครั้งที่มีการเจรจาเพื่อซื้อสินค้าและบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ทุกอย่างตามที่จ่ายไป ทุกความต้องการที่พูดคุยกันควรมีการจดบันทึกเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด ภาษาที่ใช้เพื่อป้องกันการสื่อสารผิดพลาดได้

2.ไม่ได้คำนวณถึงสภาพอากาศในช่วงที่จัดงาน

สภาพดินฟ้าอากาศมีผลต่อความสะดวกในการจัดงานแต่งของคุณไม่น้อยทีเดียว ไม่ใช่เพียงแค่การเช็คว่าฝนตกหรือไม่ตกเท่านั้น คุณต้องเช็คทั้งความร้อน และทิศทางลมด้วย สิ่งเหล่านี้จะสร้างความวุ่นวายคุณและแขกผู้มีเกียรติอย่างมาก Wedding planner นอกสถานที่อย่าง Ali Philips แห่ง  Engaging Events by Ali กล่าวถึงผลกระทบจากลมแรงที่เกิดขึ้นในวันงานไว้ว่า “สภาพแวดล้อมที่มีลมแรงส่วนมากจะพบได้จาการจัดงานบนภูเขา หรือชายหาด คุณต้องคำนวณทิศทางลมที่พัดผ่านก่อนวันที่จะจัดงาน สำหรับทิศทางลมที่ดีที่สุด ทิศที่ลมพัดมาเข้าหาคุณ เพราะจะทำให้ผมคุณเสียทรงน้อยที่สุด และอย่าลืมเตรียมตีนตุ๊กแกไว้เพื่อกั้นผ้าปูโต๊ะปลิว และถ้าเป็นของชิ้นใหญ่ๆ ให้ใช้ก้อนหินหรือของที่มีน้ำหนักทับไว้ Aimee Monihan แห่ง Tropical Occasions เสริมต่อด้วยว่า “ถ้าคุณจัดงานแต่งริมชายหาด การเช็คช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงนั้นสำคััญมาก คุณจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่เป็นสันทราย ไม่เปียกมากพอและเวลาที่นานพอสำหรับการทำพิธี”

3.เช็คอินชุดแต่งงานไว้กับเที่ยวบิน

เราจะเห็นได้ว่ามีเหตุการณ์สัมภาระหายระหว่างการเดินทางบ่อยมาก แน่นอนว่าในวันสำคัญแบบนี้ คุณคงไม่อยากให้มีเหตุการณ์ที่ชุดคุณมีสิทธิ์จะหายได้ เก็บชุดแต่งงานของคุณไว้ติดตัวราวกับของมีค่าที่คุณพก  แล้วก็อย่าออกเดินทางในวันก่อนแต่งงานเพียง 1 วัน เพราะเที่ยวบินอาจดีเลย์ได้ คุณควรเผื่อการเดินทางไว้ก่อน 2-3 วัน

4.อย่าส่งคำเชิญแก่แขกกระชั้นชิดเกินไป

Philips แนะนำให้คุณเริ่มส่งคำเชิญงานแต่งนอกสถานที่ก่อนวันงาน 4 เดือน และให้ตอบรับก่อนวันงาน 4 สัปดาห์ เพราะทางโรมแรมต้องการสรุปยอดการจองห้องตั้งแต่ระยะเวลาเนิ่นๆ

5.ไม่จัดเตรียมเอกสารทางกฎหมายในการจัดพิธีสมรส

หลายๆ ประเทศต้องการตรวจสอบเอกสารและเวลาที่คุณจะอยู่อาศัยในประเทศนั้นๆ ก่อนคุณจะใช้สถานที่จัดงาน อาจใช้เวลาเพียงวันเดียวสำหรับการตรวจสอบหรือบางทีก็นานเป็นสัปดาห์หรือนานกว่านั้นก็ได้ ทางที่ดีควรยื่นเอกสารล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือน หรือถ้าคุณเลือกเดินทางมาในช่วงเทศกาล เขาอาจจะขอดูหรือไม่ขอดูก็ได้

6.คาดหวังว่าวิถีทางในการปฏิบัติจะเหมือนๆ กับท้องถิ่นของเรา

แต่ละประเทศก็จะมีวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม หรือแม้แต่การปฏิบัติตัวที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราต้องยอมรับในความแตกต่างของผู้คนที่เราเข้าไปขอใช้สถานที่ของเขาในการจัดงานแต่ง ถ้าเรายอมรับความแตกต่างบางประการได้ เราก็จะสนุกับพิธีการได้อย่างไร้ความคลับแคลงใจ

Credit: https://www.theknot.com/content/mistakes-to-avoid-destination-wedding

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here