ถ้านึกถึงพิธีแต่งงาน หลายๆ คนจะต้องนึกถึงภาพที่คู่รักกำลังใช้มีดหั่นเค้กแต่งงานซึ่งถือว่าเป็นพิธีที่เป็นไฮไลต์ของงาน ใช่แล้ว นั่นคือ “พิธีตัดเค้ก” นั่นเอง ดูเหมือนว่าองค์ประกอบหลักๆ ของพิธีแต่งงานในปัจจุบันนี้มักจะขาดเค้กไปไม่ได้ซะแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นขนมที่มีความสวยงามเป็นพร็อพให้ถ่ายรูปกันแล้ว เค้กแต่งงานยังเป็นสัญลักษณ์ของจุดเริ่มต้นของคู่รัก ความมั่งคั่งของคู่รักอีกด้วย ว่าแต่ “เค้ก” เข้ามามีส่วนร่วมกับงานแต่งงานตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมต้องมีพิธีเค้ก วันนี้เราพาทุกท่านไปพบกับคำตอบ

ประวัติความเป็นมาของเค้กแต่งงาน

สำหรับประวัติความเป้นมาของเค้กแต่งงานนั้น จริงๆ แล้วแรกเริ่มเดิมทีนั้นไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มขึ้นมา บางตำราก็กล่าวว่าเริ่มต้นตั้งแต่สมัยก่อนคริสตกาลเลยทีเดียวโดยผู้บ่าวสาวชาวกรีกต้องนำขนมปัง ผลไม้ และน้ำผึ้ง ไปบวงสรวงเทพเจ้า เพื่อขอพรแห่งความสุข ความเจริญ สำหรับชีวิตคู่ ต่อมาในสมัยแองโกลแซกซอน แขกรับเชิญในงานแต่งงานจะนำขนมปังมาร่วมพิธีด้วยโดยจะนำขนมปังเหล่านั้นมากองซ้อนกันไว้แล้วให้คู่บ่าวสาว มาจุมพิตเหนือกองขนมปังนี้โดยมีแขกเหรื่อเป็นพยานรัก หรือก็กล่าวว่าเริ่มต้นเมื่อในสมัยโรมันโบราณ เค้กแต่งงานนั้นจะทำมาจากข้าวบาร์เลย์ หรือข้าสาลี แล้วนำชั้นเค้กมาต่อกันให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วให้คู่บ่าวสาวปีนขึ้นไปจุมพิตกันเหนือยอดเค้กตามธรรมเนียม หากเค้กไม่ล้มคว่ำลงมาจะทำนายว่าคนทั้งคู่จะมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืน เป็นสุข แต่ถ้าหากว่าเค้กเกิดล้มคว่ำขึ้นมาก็กลายเป็นสีสันและความสนุกในงานนั้นไป(ในปัจจุบันจะมีตุ๊กบ่าวสาวจูบกันบนยอดเค้กเพื่อแทนที่ธรรมเนียมนี้) ครั้นต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ชาวอังกฤษได้เป็นผู้ออกแบบเค้กก้อนใหญ่วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ แบบปิรามิด แต่ในสมัยนั้น เนื้อเค้กยังเป็นแบบฟรุตเค้กสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่ง และหรูหรา เค้กจะมีเนื้อแน่นและหนัก มีรสหวานจัดเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน

และเหตุการณ์ที่สำคัญก็เกิดในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พ่อครัวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งนำน้ำตาลมาบดเป็นผงละเอียดเพื่อตกแต่งหน้าขนมปัง เปลี่ยนขนมปังธรรมดาๆ ให้กลายสภาพเป็นเค้กแสนวิจิตรอลังการ จากนั้นเค้กแต่งงานก็มีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนมีรสชาติที่หอมหวาน หน้าตาน่าทานจนถึงทุกวันนี้ เค้กแต่งงานโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่ มีรูปร่างเป็นชั้นๆเรียงกันขึ้นไป และมีการตกแต่งอย่างสวยสดงดงามด้วยครีมและน้ำตาลแต่งหน้าเค้ก ซึ่งในบางครั้งอาจมีการนำอัลมอนด์ หรือลูกเกดมาเป็นส่วนผสมในการทำ โดยส่วนยอดของขนมเค้กนั้นมักประดับด้วยตุ๊กตาแทนตัวบ่าวสาว หรือในบางความคิดอาจใช้เป็นรูปนก รูปแหวนทอง หรือรูปเกือกม้า ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดี และความเจริญรุ่งเรืองสำหรับคู่บ่าวสาว

พิธีตัดเค้ก

ตามประเพณีดั้งเดิมแล้ว เจ้าสาวจะเป็นฝ่ายที่ตัดเค้กแล้วแจกจ่ายแก่แขกทุกท่านโดยที่เจ้าบ่าวมีหน้าที่แค่คอยช่วยเหลือ ซึ่งในประเพณีโบราณฝ่ายเจ้าสาวจะต้องตัดเค้กแล้วนำขนมเค้กที่ตัดแล้วไปมอบให้แก่บุคคลต่างๆ ในครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวเพื่อแสดงความเคารพ และแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังจะก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าว จนกระทั่งช่วงปลายคริสตศักราช 1930 จึง ได้เปลี่ยน มาเป็นคู่บ่าวสาวร่วมกันตัดเค้ก ในปัจจุบันเค้กแต่งงานเป็นตัวแทนแห่งความหวานของชีวิตคู่ เจ้าบ่าวเจ้าสาวร่วมกันตัดเค้กมอบให้กับบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายเพื่อแสดงความขอบคุณ นอกจากนั้นคู่บ่าวสาวจะต้องรับประทานเค้กชิ้นเดียวกัน เพื่อถือว่าเป็นอาหารมื้อแรกของชีวิตบ่าวสาวด้วย

รูปภาพโดย https://kasalangpilipino.wordpress.com
พิธีตัดเค้กแต่งานในประเทศไทยเริ่มแพร่หลายในวงแคบก่อน เช่น ในกลุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เคยศึกษาในต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย หลังสงครามเวียดนาม การแพร่หลายของอาหาร และธรรมเนียมตะวันตกมีมากขึ้นประกอบกับนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวทำให้มีโรงแรมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดการขยายตัวในบริการจัดเลี้ยงรวมถึงงานมงคลสมรสด้วย

ค่านิยมและความเชื่อเกี่ยวกับเค้กแต่งงาน

  • ในยุโรปคู่บ่าวสาวนิยมเก็บเค้กชั้นบนสุดไว้ในตู้เย็น แล้วนำออกมารับประทานด้วยกันในวันครบรอบแต่งงาน ถ้าอยากทำบ้าง แนะนำให้ห่อเค้กก่อนด้วยฟิล์มใสถนอมอาหารแล้วห่อทับด้วยอลูมิเนียมฟอยล์อย่างดี ใส่ลงในกล่องสูญญากาศ นำเข้าช่องแช่แข็ง รับรองความสดให้คุณได้ ฉลองครบรอบปี
  • ในประเพณีโบราณเชื่อว่า หากเพื่อนเจ้าสาวคนไหนอยากฝันเห็นเนื้อคู่ของคนในอนาคต ให้นำเค้กแต่งงานไปไว้ใต้หมอนหรือข้างหมอนแล้วนอนหลับ สาวคนนั้นจะฝันเห็นคู่ชีวิตของตน

ชาวยุโรปมีความเชื่อว่าเค้กเป็น “หัวใจ” ของงานแต่งงาน ที่เห็นกันโดยทั่วไปมีชื่อว่า Bride’s Cake หรือเค้กเจ้าสาว โดยในประเพณีเก่าแก่ของชาวตะวันตกจะมี Groom’s Cake หรือเค้กเจ้าบ่าวอีกก้อนซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และทำเป็นเค้กผลไม้ หลังเสร็จพิธีจะนำมาตัดเป็นชิ้นๆ ใส่กล่องสีขาวผูกริบบิ้นสีเงิน หรือกล่องที่มีอักษรย่อของบ่าวสาว แล้วนำไปวางไว้หน้าประตู เพื่อให้แขกนำกลับไปฝากผู้ที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ เชื่อกันว่าสาวโสดคนไหนเอาเค้กชิ้นนี้ใส่ไว้ใต้หมอนจะฝันเห็นเนื้อคู่ของตน

 

Credit:http://book.weddingsquare.com/wedding_info.asp?TID=368

http://women.sanook.com/2819/

http://www.klothailand.com/weddingcake.htm#ประวัติเค้กแต่งงาน

http://www.thesorentowedding.com

ใส่ความเห็น