เชื่อได้เลยล่ะว่าคุณต้องเคยได้รับคำเชิญให้ไปเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานแต่งของเพื่อน ญาติสนิท หรือแม้กระทั่งคนข้างบ้านสักครั้งหนึ่ง ซึ่งการที่เราจะปฏิบัติตัวเป็กแขกที่ดีได้นั้น มีอะไรมากกว่าการพยายามแต่งตัวดีๆ หรือปรบมือแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวแน่ๆ คุณเองในฐานะที่เป็นแขกในงานก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกันนะ หัวข้อในวันนี้เราจะทำให้คุณเป็นแขกสุดพิเศษกัน

หลังจากได้รับคำเชิญ

หลังได้รับบัตรเชิญแล้วก็อย่าปล่อยทิ้งไว้บนโต๊ะเฉยๆ ล่ะ ถ้าคุณตัดสินใจที่จะไปร่วมงานแล้วล่ะก็ ให้คุณเปิดปฏิทินเพื่อเคลียร์ตารางงานในวันนั้นเลย และไม่ว่าคุณจะสามารถหรือไม่สามารถไปร่วมงานได้ อย่าลืมเขียน RSVP ตอบกลับไปให้เจ้าภาพโดยเร็วด้วยนะ คุณไม่ควรหายไปเฉยๆ โดยพลการเพราะเจ้าภาพต้องการที่จะทราบจำนวนที่แน่นอนของแขกที่จะมางานของเขาเพื่อที่จะได้เตรียมการอาหาร ที่นั่งต่างๆ ได้อย่างพอดี

สำหรับการตอบรับนั้นก็ขึ้นอยู่กับบัตรเชิญที่ฝั่งเจ้าบ่าวส่งมา หากมีคำตอบรับที่พิมพ์ไว้ล่วงหน้าให้กรอกข้อมูลในช่องว่าง (ติ๊กว่ามา หรือ ไม่มา) เมื่อส่งดลับไปยังเจ้าภาพ คุณก็อาจจะเขียนคำอวยพรเล็กๆ น้อยๆ กลับไปให้เขาด้วยก็ได้โดยปกติการเชิญที่เป็นทางการที่สุดจะส่งมาแค่การ์ดเชิญโดยไม่มี RSVP มาด้วย ในกรณีนี้ คุณเขียนคำตอบกลับไปในการ์ดแล้วส่งกลับไปยังเจ้าภาพ

เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำ

  • หาไม่สามารถเข้าร่วมได้ในภายหลัง ให้แจ้งกับเจ้าภาพล่วงหน้า ไม่ควรหายไปแล้วไม่ไม่ได้แจ้ง
  • อย่าสันนิษฐานว่าคุณสามารถเชิญคนอื่นได้เว้นแต่ว่า “และบุคคลทั่วไป” ในซองจดหมายด้านนอกพร้อมกับชื่อของคุณ เพราะว่าคู่บ่าวสาวจะเป็นคนที่ตัดสินใจว่าจะเชิญใครมาร่วมงานบ้าง และคุณไม่ควรถามว่าคุณสามารถนำคนอื่นไปพร้อม ๆ กันได้หรือไม่แม้ว่าจะเป็นคนสำคัญก็ตาม

เมื่อได้ยินคำประกาศ

ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับการเชิญอย่างเป็นทางการ แต่คุณก็เห็นหรือ ได้ยินการประกาศว่าจะจัดงานแต่งขึ้น นั้นแสดงว่าคู่บ่าวสาวก็ยังต้องการให้คุณเข้ามาร่วมงานอยู่นะ ยังไงก็อย่าไปโกรธเคืองเจ้าภาพนะ เพราะบางทีเจ้าภาพอาจจะอยากจัดแต่งงานที่มีเฉพาะครอบครัวของเขาก็เป็นได้ ถ้าไม่ได้สนิทกัน หรือเป็นเพื่อนร่วมงานกันก็อย่าลังเลที่จะมอบของขวัญเพื่อแสดงความยินดีกับเขาด้วย เจ้าภาพคงจะดใจไม่น้อยเลยถ้าเขาได้รับจดหมายจากคนที่ไม่คิดว่าเขาจะนึกถึงเรา

ของขวัญ

เมื่อคุณได้รับเชิญแล้วก็อย่าลืมเรื่องของขวัญเป็นอันขาด ถ้าคุณไปร่วมงานไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยการส่งของขวัญไปให้ก็ยังดี หรืออาจจะส่งการ์ดแสดงความยินดีเล็กๆ น้อยๆ ก็ย่อมได้ และควรส่งของขวัญไปตามที่อยู่ที่บัตรเชิญได้ระบุไว้ ไม่ควรนำมาให้ในวันงานนะ หรือถ้าหากให้เป็นเงินก็ให้ใส่เป็นซองหรือเป็นเช็คก็ได้เหมือนกัน

การแต่งกาย

สำหรับการแต่งกายนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่แต่งให้เหมาะสมกับการเข้าสังคม หรือช่วงเทศกาลนั้นๆก็พอ เช่น ถ้างานจัดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ คุณผู้หญิงที่ใส่เสื้อลายดอกไม้สวยๆ ก็เก๋ไก๋ไม่เบา  ส่วนท่านชายก็ใส่สูทสีอ่อน หรือเชิ้ตผูกไทนิดหน่อยก็โอเคเลย แต่ก็มีข้อควรระวังนิดนึงก็คือ ถ้าพิธีจัดในโบสถ์หรือศาสถานคุณผู้หญิงก็ควรจะแต่งตัวให้มิดชิดกันสักหน่อย สีดำก็เคยเป็นสีที่ถูกต้องห้ามสำหรับงานแต่ง แต่ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรแล้วล่ะ แต่ผู้หญิงก็ไม่ควรใส่สีขาวเพราะสีขาวคือสีของเจ้าสาว จุะทำให้คุณไปแย่่งความโดด้เด่นจา้กั่เจ้าสาวได้นั่นเอง นอกเสียจากว่างานได้กำหนดให้แขกใส่สีดังกล่าว

เมื่อเข้าร่วมพิธีการ

อันดับแรก คือ คุณควรไปถึงงานให้ตรงเวลา และควรอยู่ในพิธีการตั้งแต่ต้นจนจบ ระลึกไว้เสมอว่าคุณได้รับเชิญให้เป็นแขกรับเชิญในงานแต่งงานอันรงเกียรติ คุณคือคนสำคัญ!

ทางที่ดีคุณควรมาถึงก่อนกำหนดสัก 30 นาที แต่ถ้าคุณมาถึงงานสายให้คุณนั่งที่ด้านหลังอย่างเงียบๆ เมื่อคุณนับถือคนละศาสนากับเจ้าภาพของงาน แล้วต้องมีการทำพิธีกรรมทางศาสนา ให้คุณตรวจสอบว่าคุณเข้าร่วมได้ด้วยหรือไม่ ในตอนนี้ คุณต้องอยู่ในกิริยาท่าทางที่สำรวม หลังจากเสร็จพิธีกรรม แขกรับเชิญงานแต่งงานจะยังคงนั่งอยู่ในที่นั่งจนกว่าครอบครัวของคู่บ่าวสาวจะถูกพาออกไป

เมื่อถึงช่วงงานเลี้ยง

ปกติแล้วเมื่อถึงช่วงงานเลี้ยงคุณจะได้จะมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับคู่บ่าวสาว ทักทายเขา แสดงความยินดีกับเขา และขอบคุณพ่อแมของเขาที่เชิญเรามาร่วมงาน ยิ่งถ้าเป็นงานแต่งที่จัดใหญ่ๆ ละก็คุณแทบจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับคู่บ่าวสาวเลยนะ แต่ก็อย่าใช้เวลาคุยนานเกินไปล่ะ แค่แสดงความยินดีกับเขาก็พอ แล้วค่อยไปร่วมเลี้ยง

เมื่อถึงช่วงเวลาของค็อกเทล ก็เชิญทานและสนุกสนานได้อย่างเต็มที่ พยายามนั่งให้ถูกที่ที่เจ้าภาพได้จัดงานไว้ เมือคุณเจอโต๊ะของคุณแล้ว อย่าลืมที่จะแนะนำตัวแก่แขกร่วมโต๊ะให้รู้จัก และเล่าให้พวกเขาฟังถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเจ้าภาพ วางตัวให้สุภาพอ่อนน้อม อย่ามัวคุยแต่กับคนที่คุณมีสายสัมพันธ์หรือรู้จักกันอยู่แล้ว

เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงช่วงเวลาของ การเต้นรำเปิดฟลอร์แล้ว ในการเต้นรำนั้น คู่บ่าวสาวจะเป็นคู่ที่นำเต้นแล้วให้แขกเป็นผู้ตาม โดยปกติคู่บ่าวสาวจะเต้นเป็นคู่แรก และเมื่อปาร์ตี้ผ่านไปสักพักแล้ว คุณจะวาดลวดลายท่วงท่าได้อย่างเต็มที่

แล้วถ้าหากว่าคุณไม่อินกับพิธีการโยนช่อดอกไม้ก็ไม่เป็นไร แต่ก็อย่าเพิ่งไปหลบในห้องน้ำล่ะ! คุณอาจจะไม่ต้องไปแหวกว่ายเพื่อแย่งรับดอกไม้จากคู่บ่าวสาวก็ได้ ขอแค่คุณถอยมาข้างหลัง หรือนั่งที่นั่งของคุณก็พอ

แล้วเราควรจะกลับตอนไหนดีนะ ? โดยทั่วไปแล้วงานเลี้ยงจะมีระยะเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง และคุณจะสังเกตว่าจะเริ่มมีคนเก็บของนู่นนี่ อย่างน้อยคุณก็ควรอยู่จนถึงช่วงตัดเค้กก็ได้ แล้วก่อนกลับก็อย่าลืมกราบลาและิกู้ล่า่วขอบั่คุณ้ญาติผู้ใหญ่ของฝั่งเจ้าสาวก่อนล่ะ

Credit: https://www.theknot.com/content/how-to-be-a-great-wedding-gues

ใส่ความเห็น